เนื่องจากการพัฒนางานทางด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ในประเทศไทยนั้น มี การพัฒนาอย่างรวดเร็ว ได้มีโรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้นมากมาย มีการใช้เครื่องมือ เครื่องจักร อุปกรณ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย มากขึ้น จึงทำให้เกิดปัญหามลพิษจาก สิ่งแวดล้อมในการทำงาน เช่น ฝุ่นละออง เขม่า ควัน กลิ่น ก๊าซพิษ ความร้อน เสียงดัง และเชื้อโรคต่างๆ สิ่งเหล่านี้เป็นผลทำให้เกิดโรคจากการทำงานเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ พิการ และเสียชีวิต เป็นต้น

        ปี พ.ศ. 2472 ได้มีการพัฒนางานทางด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย อย่างเป็นทางการ โดยการผลักดันของนักวิชาการ องค์กรเอกชนและจากแรงงาน เพื่อให้รัฐบาล ดูแลเอาใจใส่สภาพการทำงานให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยมี การนำพระราชบัญญัติของ กระทรวงอุตสาหกรรม มาใช้ถือว่าเป็นกฎหมายด้านอุตสาหกรรมฉบับแรกที่ให้ความ คุ้มครองความปลอดภัย แก่คนงานที่ทำงานในสถานประกอบการต่าง ๆ

        ต่อมาปี พ.ศ. 2477 กระทรวงสาธารณสุข ได้ตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลง ที่จะก่อให้ เกิดผลเสียต่อสุขภาพอนามัยและความเป็นอยู่ของประชาชน จึงได้มีพระราชบัญญัติ สาธารณสุข พ.ศ. 2477 ขึ้น และได้มีการปรับปรุงใหม่ โดยบังคับใช้ในปี พ.ศ. 2484 กำหนดให้มีการคุ้มครองสุขภาพและอนามัยของลูกจ้างในสถานประกอบการ แต่การดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยในกระทรวงสาธารณสุขในยุคนั้น ยังไม่เน้นการดูแล สุขภาพอนามัยของผู้ที่ทำงานในสถานประกอบการเท่าที่ควร ผู้บริหารกระทรวง สาธารณสุขได้เล็งเห็นความสำคัญของงานด้านนี้ จึงได้จัดส่งบุคลากรไปศึกษาดูงาน ณ ต่างประเทศ และกลับมาเริ่มงานใหม่โดยจัดตั้งโครงการ "อาชีวอนามัย" ขึ้นใน ปี พ.ศ. 2510 ในระยะแรกเริ่มสังกัดกองช่างสุขาภิบาล ต่อมาได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น "กองอาชีวอนามัย" สังกัดกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ในปัจจุบัน

        จากปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ ทำให้คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ก่อตั้ง "ภาควิชาอาชีวอนามัย" ขึ้น เมื่อวันที 8 สิงหาคม พ.ศ. 2512 โดยเปิดสอน หลักสูตรปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต (สาธารณสุขศาสตร์) สาขาวิชาเอกอาชีวอนามัย ซึ่งสอดคล้องกับกระทรวงสาธารณสุข ในระยะต่อมามีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ต้องการบัณฑิตทางด้านอาชีวอนามัยเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรม จึงทำให้ภาควิชาอาชีวอนามัยปรับปรุงหลักสูตรใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับความ ต้องการ ของผู้ใช้ พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อหลักสูตรใหม่ เป็น วิทยาศาสตรบัณฑิต (สาธารณสุขศาสตร์) สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย จนถึงปัจจุบัน และปัจจุบันนี้ภาควิชาได้ผลิตบัณฑิตรวม 40 รุ่น จำนวน 1,090 คน

        ในปี พ.ศ. 2525 ภาควิชาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ได้เปิดหลักสูตร “วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสุขศาสตร์อุตสาหกรรมและความปลอดภัย” ขึ้นมา เพื่อตอบสนองความต้องการของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ที่ต้องการพัฒนาบุคลากรของหน่วยงานให้มีความรู้กว้างขวางทางด้านการวางแผน การตรวจสอบ การตรวจวัด และการประเมินผล การควบคุมด้านความปลอดภัย และสุขภาพอนามัย อีกทั้งยังสามารถทำงานวิจัยในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี